บทความ

หนึ่งหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญ ที่จะบ่งบอกถึงตัวตนและสไตล์บ้านของคุณ


หลังคาจั่ว (Gable Roof) 
เป็นหลังคาที่ด้านซ้ายและด้านขวาเอียงมาบรรจบกันที่สันตรงกลางบนสุด เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมเนื่องจากก่อสร้างง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้น เนื่องจากสามารถกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงสามารถระบายความร้อนได้หากมีการเจาะช่องระบายอากาศที่บริเวณหน้าจั่วอีกด้วย แต่อาจมีข้อเสียหากฝนสาดเข้ามาในทิศทางของหน้าจั่ว ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยเพิ่มส่วนยื่นของหลังคาฝั่งหน้าจั่วให้มากขึ้นรวมถึงติดตั้งระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติม


 
หลังคาปั้นหยา (Hip Roof) 
เป็นหลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้านขึ้นไปชนกันที่ปลายด้านบน สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน มีความสวยงาม ทนต่อการปะทะจากแรงลมได้ดี แต่ไม่มีหน้าจั่วที่ช่วยระบายความร้อน ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการติดฝ้าชายคาที่มีร่องระบายอากาศ และที่สำคัญต้องระวังเรื่องจุดเชื่อมต่อที่มีมากกว่าหลังคาจั่วและหลังคาแบบอื่นๆ จึงควรติดตั้งอย่างถูกวิธีและได้มาตรฐาน


 
หลังคามะนิลา (Manila Roof) 
หรือหลังคาปั้นหยาผสมจั่ว เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อฝนตกชุกก็สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็วและยังสามารถป้องกันแดดให้กับตัวบ้านได้ทั้งสี่ด้าน หลังคาทรงนี้นิยมใช้มากกับบ้านสไตล์ Thai Oriental
 


หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof)
เป็นหลังคาที่เรียบลาดเอียงเพียงด้านเดียว ในอดีตนิยมใช้ในงานก่อสร้างแบบชั่วคราวหรือการต่อเติมแบบง่ายๆ เช่น โรงจอดรถ ครัวต่อเติม แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากดูเรียบ เท่ ทันสมัย ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยความที่มีรอยต่อน้อย ไม่ซับซ้อน จึงก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าแรงช่าง รวมถึงประหยัดเรื่องตัวโครงสร้างหลังคาอีกด้วย แต่หากพูดถึงการกันแดดกันฝนแล้วนั้น จะสามารถบังแดดกันฝนได้เพียงทิศทางเดียวคือด้านที่หลังคาลาดลงมาต่ำกว่า อย่างไรก็ตามสามารถทำระแนงหรือกันสาดเพิ่มเติมในฝั่งหลังคาด้านที่สูงกว่าได้

 


 
หลังคาปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof)
หลังคาทรงนี้มีลักษณะเหมือนหลังคาเพิงหมาแหงนสองด้านมาประกบกัน โดยหันด้านที่มีระดับต่ำกว่ามาชนกัน (คล้ายกับจั่วคว่ำ) ซึ่งอาจเกิดการรั่วซึมได้สูงกว่าหลังคารูปทรงอื่น เนื่องจากบ้านเรามีสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุก จึงต้องมีการติดตั้งรางน้ำฝนบริเวณกลางหลังคาเพื่อรองรับน้ำจากหลังคาทั้งสอง โดยแนะนำให้เลือกรางน้ำที่กว้างและลึกกว่าหลังคาทั่วไปเพื่อให้สามารถรองรับและระบายน้ำฝนได้ทัน
 


หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof) 
เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมมาก สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบ้านหลากหลายรูปแบบ ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะเรียบแบนเป็นระนาบผืนเดียวกัน สามารถจัดให้เป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมได้ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า รวมถึงเป็นพื้นที่นั่งเล่นและจัดแต่งสวนดาดฟ้าได้ แต่หลังคาประเภทนี้จะดูดซับความร้อนและน้ำฝนโดยตรง มีการระบายน้ำที่ช้า รวมทั้งมีจุดอ่อนเรื่องน้ำที่อาจขังและรั่วซึมง่ายกว่าหลังคารูปทรงอื่น จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ซึ่งควรตั้งแต่ขั้นตอนการผสมคอนกรีต และทำให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำฝนให้เทไปยังท่อระบายน้ำ (Roof Drain) ไม่ให้น้ำขังอยู่ที่บริเวณหลังคา

 


 
หลังคาทรงโค้ง (Curved Roof) 
เป็นรูปทรงหลังคาที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ผ่านไปผ่านมาได้มากกว่าหลังคาที่เรียบตรง ปัจจุบันก่อสร้างหลังคาทรงโค้งด้วยโครงสร้างเปลือกบาง (Thin Shell) และสร้างผิวโค้งได้หลากหลายรูปทรง สามารถปกคุลมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ ทำจากวัสดุประเภทเมทัลชีท หรืออะลูมิเนียมขึ้นรูป จึงมีน้ำหนักเบากว่าหลังคาชนิดอื่น อีกทั้งมีรอยต่อน้อย จึงไม่ค่อยพบปัญหารั่วซึมของน้ำฝนเท่าไรนัก
 

ภาพจาก : pinterest
ข้อมูลจาก 
scgbuildingmaterials